ทำความรู้จัก Ecosystem ของ Hikvision ที่เชื่อมต่อบ้านทั้งหลังเข้าด้วยกัน
หลายคนคงคุ้นเคยกับชื่อ Hikvision ในฐานะผู้นำระดับโลกด้านกล้องวงจรปิด (CCTV) และระบบรักษาความปลอดภัยขั้นสูง แต่รู้หรือไม่ว่าวันนี้ Hikvision ได้ขยายอาณาจักรเทคโนโลยีไปไกลกว่าแค่การบันทึกภาพหน้าบ้าน แต่เติบโตจนกลายเป็น Smart Home Ecosystem ระบบบ้านอัจฉริยะ เต็มรูปแบบที่พร้อมจะเปลี่ยนบ้านธรรมดาของคุณให้กลายเป็นบ้านอัจฉริยะที่ปลอดภัย สะดวกสบาย และเชื่อมต่อกันได้อย่างไร้รอยต่อ
1. จุดเริ่มต้นจาก “ดวงตา” สู่ “สมอง” ของบ้าน
ถ้ากล้องวงจรปิดคือ “ดวงตา” ที่คอยสอดส่อง ระบบ Smart Home ของ Hikvision ก็คือ “สมอง” ที่คอยสั่งการ จากเดิมที่เราต้องคอยเปิดดูภาพผ่านแอปพลิเคชันแยกต่างหาก ปัจจุบัน Hikvision ได้รวมศูนย์การควบคุมทั้งหมดไว้บนแพลตฟอร์มเดียวอย่าง Hik-Connect
ทำให้คุณสามารถควบคุมทุกอย่างในบ้านได้จากระยะไกล ไม่ว่าจะเป็น:
-
การเช็กความปลอดภัยจากกล้องวงจรปิด
-
การปลดล็อกประตูให้เพื่อน
-
การเปิด-ปิดไฟ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้า
2. เจาะลึก Ecosystem ของ Hikvision: มีอะไรที่เชื่อมต่อกันบ้าง?
หากพูดถึง Hikvision หลายคนคงนึกถึงกล้องวงจรปิด (CCTV) เป็นอันดับแรก แต่ในปัจจุบัน Hikvision ได้พัฒนาสู่การเป็นผู้ให้บริการ Smart Home Ecosystem ระบบบ้านอัจฉริยะ เต็มรูปแบบ โดยเน้นการผสานรวมระบบรักษาความปลอดภัยระดับโลกเข้ากับความสะดวกสบายภายในบ้าน
หัวใจสำคัญของ Ecosystem นี้คือการที่อุปกรณ์ทุกชิ้นสามารถ “คุยกันเองได้” และควบคุมได้จากส่วนกลางผ่านแอปพลิเคชันเดียวคือ Hik-Connect (หรือสำหรับแบรนด์ลูกในเครืออย่าง EZVIZ App)
โดยสามารถแบ่งกลุ่มเทคโนโลยีและอุปกรณ์ในระบบนิเวศอัจฉริยะของ Hikvision ออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ๆ ดังนี้
1. Smart Security & Video Surveillance (ระบบกล้องและเซนเซอร์อัจฉริยะ)
นี่คือจุดแข็งที่สุดของ Hikvision โดยเปลี่ยนจากกล้องที่ทำหน้าที่แค่ “บันทึกภาพ” ให้กลายเป็น “ผู้เฝ้าประตูอัจฉริยะ”
-
กล้อง AI (AcuSense & ColorVu): แยกแยะระหว่างคน ยานพาหนะ และสิ่งเคลื่อนไหวอื่นๆ (เช่น ใบไม้ สุนัข) ได้อย่างแม่นยำ ช่วยลด Alert ปลอม และให้ภาพสีคมชัดตลอด 24 ชั่วโมงแม้ในที่มืดสนิท
-
ระบบสัญญาณกันขโมยไร้สาย (AX PRO Wireless Alarm): ประกอบด้วยเซนเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหว (PIR), เซนเซอร์ประตู-หน้าต่าง (Magnetic Contact) และเซนเซอร์ตรวจจับภัยพิบัติ เช่น น้ำท่วม หรือควันไฟ หากมีสิ่งผิดปกติ ระบบจะแจ้งเตือนเข้ามือถือทันที และสามารถสั่งให้กล้องวงจรปิดหันไปจับภาพจุดนั้นได้โดยอัตโนมัติ
2. Smart Access Control (ระบบควบคุมการเข้า-ออกอัจฉริยะ)
เชื่อมต่อทางเข้าบ้านทั้งหมดให้ปลอดภัยและเช็กได้ว่าใครมาหา
-
Video Intercom (กริ่งประตูพร้อมกล้อง): เมื่อมีแขกมาสั่นกระดิ่ง หน้าจอในบ้านหรือมือถือของคุณจะเด้งภาพขึ้นมา ทำให้สามารถพูดคุยโต้ตอบและกดสั่ง “ปลดล็อกประตู” ระยะไกลได้ทันที
-
Smart Digital Door Lock: กลอนประตูอัจฉริยะที่รองรับการสแกนใบหน้า, ลายนิ้วมือ, รหัสผ่าน หรือสั่งเปิดผ่านแอปพลิเคชัน ซึ่งจะเชื่อมโยงกับระบบ Intercom และกล้องหน้าบ้าน
3. Home Automation (ระบบควบคุมบ้านอัตโนมัติ)
เปลี่ยนบ้านธรรมดาให้ทำงานตามใจคุณด้วยการสร้าง “Scenario” (สถานการณ์จำลอง) ผ่านการทำงานร่วมกับอุปกรณ์ IoT
-
Smart Switches & Plugs: ควบคุมการเปิด-ปิดไฟ แสงสว่าง และเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน
-
Relay Modules: โมดูลที่เชื่อมต่อเพื่อสั่งงานระบบไฟฟ้าขนาดใหญ่ เช่น ประตูรั้วรีโมทอัตโนมัติ หรือระบบสปริงเกอร์รดน้ำต้นไม้
3. ทำไมต้องเลือก Smart Home Ecosystem ของ Hikvision?
| ฟีเจอร์ | ประโยชน์ที่ได้รับ |
| แอปแบบครบวงจร | ควบคุมทุกอุปกรณ์ผ่านแอป Hik-Connect เพียงแอปเดียว ไม่ต้องสลับแอปไปมา |
| ระบบรักษาความปลอดภัยระดับเชิงพาณิชย์ | ได้ระบบรักษาความปลอดภัยมาตรฐานระดับองค์กรใหญ่ มาดูแลบ้านของคุณ |
| การผสานรวมอย่างราบรื่น | อุปกรณ์ทุกชิ้นคุยภาษาเดียวกัน ทำให้เสถียรและเกิดข้อผิดพลาดน้อยกว่าการใช้ข้ามแบรนด์ |
| เทคโนโลยี AI | ระบบอัจฉริยะที่ช่วยวิเคราะห์เหตุการณ์จริง ลดการแจ้งเตือนไร้สาระจากลมพัดหรือสัตว์เลี้ยง |
เมื่อทำความรู้จักกับอุปกรณ์ใน Hikvision Ecosystem ระบบบ้านอัจฉริยะ แล้ว สิ่งสำคัญต่อมาที่จะเปลี่ยนให้อุปกรณ์เหล่านั้นกลายเป็น ” ระบบบ้านอัจฉริยะ ” อย่างแท้จริงก็คือ “วิธีการใช้งานและการเชื่อมต่อ”
Hikvision ออกแบบระบบมาให้รองรับตั้งแต่บ้านที่กำลังสร้างใหม่ (เน้นความเสถียรสูง) ไปจนถึงบ้านเก่าที่ต้องการรีโนเวท (เน้นความสะดวก) โดยมีหัวใจหลักในการขับเคลื่อนระบบดังนี้ครับ
1. รูปแบบการเชื่อมต่อ (How It Connects)
อุปกรณ์ของ Hikvision สามารถเชื่อมต่อและคุยกันเองได้ผ่าน 3 ช่องทางหลัก ขึ้นอยู่กับประเภทของอุปกรณ์และการใช้งาน:
-
ไร้สายประสิทธิภาพสูง (Tri-X & Cam-X): เป็นคลื่นวิทยุความถี่เฉพาะของ Hikvision (ใช้ในระบบกันขโมย AX PRO) ข้อดีคือ ส่งสัญญาณได้ไกลถึง 2,000 เมตร ทะลุกำแพงหนาได้ดีมาก และกินพลังงานต่ำมาก (แบตเตอรี่เซนเซอร์อยู่ได้นาน 3-5 ปี) โดยไม่ต้องพึ่ง Wi-Fi บ้าน
-
ระบบสายแลน (PoE – Power over Ethernet): เหมาะสำหรับกล้องวงจรปิด และหน้าจอ Intercom หลัก สายแลนเพียงเส้นเดียวสามารถส่งได้ทั้ง “สัญญาณภาพ” และ “กระแสไฟ” ทำให้ระบบเสถียรที่สุด สัญญาณไม่ขาดหาย และไม่ต้องเดินสายไฟไปที่ตัวกล้อง
-
ระบบ Wi-Fi / Zigbee: สำหรับอุปกรณ์ Home Automation เช่น สวิตช์ไฟ ปลั๊กอัจฉริยะ หรือกล้องไร้สายแบรนด์ลูก (EZVIZ) เพื่อให้ง่ายต่อการติดตั้งโดยไม่ต้องเจาะผนังเดินสาย
2. ศูนย์กลางการควบคุมและการใช้งาน (The Control Hubs)
คุณสามารถควบคุมและสั่งการ Ecosystem ของ Hikvision ได้จาก 3 ช่องทางหลักตามความสะดวก:
1. แอปพลิเคชัน “Hik-Connect” (ศูนย์กลางบนมือถือ)
นี่คือรีโมทคอนโทรลประจำตัวของคุณ ไม่ว่าจะอยู่มุมไหนของโลก คุณสามารถ:
-
ดูภาพสดจากกล้องวงจรปิด และย้อนดูคลิปตอนที่มีคนเดินผ่านหน้าบ้าน
-
รับสายวิดีโอคอลเมื่อมีคนมากดกริ่งหน้าบ้าน (Video Intercom) และกดปุ่มปลดล็อกประตูได้ทันที
-
เปิด-ปิดระบบกันขโมย หรือสั่งเปิดไฟในบ้านก่อนเดินทางไปถึง
2. Indoor Station (หน้าจอทัชสกรีนในบ้าน)
มอนิเตอร์แผงควบคุมที่มักติดตั้งไว้ที่ฝาผนังห้องนั่งเล่นหรือโถงบ้าน ทำหน้าที่เหมือน “พ่อบ้านประจำกาย” ของทุกคนในครอบครัว (โดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุที่ไม่มีสมาร์ทโฟน) สามารถใช้ดูว่าใครมาหา แชทคุยกับคนที่อยู่หน้าบ้าน หรือกดปิดไฟทั้งบ้านก่อนนอนได้ในจุดเดียว
3. Smart Automation (ให้ระบบจัดการตัวเอง)
การใช้งานที่แท้จริงคือการที่คุณ “ไม่ต้องกดอะไรเลย” โดยการตั้งค่าเงื่อนไข (If/Then) ในแอปพลิเคชัน ตัวอย่างเช่น:
-
IF (ถ้า): เซนเซอร์ตรวจจับได้ว่า “ไม่มีใครอยู่บ้านเลยเกิน 30 นาที”
-
THEN (ดังนั้น): สั่งให้ปิดแอร์, ปิดไฟทุกดวง, และเปิดระบบกันขโมย (Arming) โดยอัตโนมัติ
3. ขั้นตอนการเริ่มต้นเชื่อมต่อ Hikvision Smart Home (Step-by-Step)
หากคุณต้องการเริ่มต้นจัดระเบียบบ้านด้วยระบบนี้ ขั้นตอนการเซ็ตอัปนั้นไม่ยากอย่างที่คิด:
[ติดตั้งอุปกรณ์/จ่ายไฟ] ➔ [เชื่อมต่อเข้า Gateway/NVR] ➔ [ผูกบัญชีกับแอป Hik-Connect] ➔ [ตั้งค่า Automation]
-
เตรียมโครงสร้างพื้นฐาน: ติดตั้งอุปกรณ์หลัก เช่น กล้อง, กลอนประตู หรือเซนเซอร์ตามจุดที่ต้องการ
-
เชื่อมต่อเข้ากับศูนย์กลาง (Gateway / NVR):
-
ถ้าเป็นกล้องและอินเตอร์คอม จะเชื่อมเข้ากับ NVR (เครื่องบันทึก) หรือ PoE Switch
-
ถ้าเป็นเซนเซอร์กันขโมยและอุปกรณ์ IoT จะเชื่อมต่อเข้ากับ AX PRO Hub (กล่องควบคุมไร้สาย)
-
-
เพิ่มอุปกรณ์ลงแอปมือถือ: เปิดแอป Hik-Connect สแกน QR Code ที่ติดอยู่บนตัวอุปกรณ์ ระบบจะทำการ Sync และดึงอุปกรณ์ชิ้นนั้นเข้าสู่อุปกรณ์ในบ้านของคุณทันที
-
สร้าง Linkage / Scenarios: จับคู่อุปกรณ์ให้ทำงานร่วมกันในแอป เช่น ตั้งค่าให้ “กล้องตัวที่ 1” หันไปจับภาพทันทีเมื่อ “เซนเซอร์ประตูบานที่ 2” ถูกเปิดออก
การวางระบบ Hikvision Smart Home Ecosystem
มีความยืดหยุ่นสูงมาก โดยแบ่งลักษณะการติดตั้งและงบประมาณออกเป็นกลุ่มตามความต้องการใช้งานจริง เพื่อให้คุณสามารถเลือกสเกลที่เหมาะกับบ้านและกระเป๋าตังค์ของคุณได้ง่ายที่สุดครับ
รูปแบบการติดตั้ง (Installation Types)
-
ระบบไร้สาย (Wireless / IoT) – เหมาะกับบ้านเก่า / คอนโด / รีโนเวท
-
การติดตั้ง: เน้นการยึดติดผนังด้วยกาว 2 หน้าแรงดึงสูง หรือเจาะพุกเล็กน้อย ไม่ต้องเดินสายสัญญาณ อุปกรณ์สื่อสารผ่าน Wi-Fi หรือคลื่นวิทยุความถี่เฉพาะของ Hikvision (เช่น แผงควบคุม AX PRO)
-
จุดเด่น: ติดตั้งเสร็จภายใน 1 วัน หน้างานไม่เลอะเทอะ ย้ายตำแหน่งอุปกรณ์ง่าย
-
-
ระบบเดินสาย (Wired / PoE) – เหมาะกับบ้านสร้างใหม่ / กำลังต่อเติม
-
การติดตั้ง: เดินสายแลน (LAN CAT6) จากตัวอุปกรณ์ทุกชิ้น (กล้อง, หน้าจอกลาง) มารวมศูนย์ที่ตู้เน็ตเวิร์ก สั่งจ่ายไฟและข้อมูลพร้อมกันผ่านสายแลนเส้นเดียว (Power over Ethernet)
-
จุดเด่น: ระบบเสถียร 100% สัญญาณไม่โดนคลื่นรบกวน เหมาะกับระบบกล้องวงจรปิดความละเอียดสูงและหน้าจอควบคุม Intercom หลัก
-
ตารางเปรียบเทียบสเกลการติดตั้งและงบประมาณ
หมายเหตุ: ราคาที่ระบุเป็นราคากลางประเมินเฉลี่ยตามท้องตลาด รวมค่าอุปกรณ์และค่าแรงติดตั้งมาตรฐาน
| สเกลระบบ (Scale) | อุปกรณ์ที่จะได้รับในระบบ | รูปแบบการติดตั้ง | งบประมาณโดยประมาณ | เหมาะสำหรับ |
| 1. เริ่มต้นอุ่นใจ (Starter Set) |
– กล้อง Wi-Fi (ภายนอก 2, ภายใน 1)
– เซนเซอร์ประตู/หน้าต่าง 2 จุด
– สวิตช์ไฟอัจฉริยะ 1-2 จุด |
ไร้สาย 100%
(เชื่อมต่อ Wi-Fi บ้าน) |
5,000 – 12,000 บาท | คอนโด, ทาวน์โฮมขนาดเล็ก, หรือผู้ที่อยากทดลองใช้ระบบก่อน |
| 2. ปลอดภัยรอบบ้าน (Standard Smart Security) |
– กล้อง IP PoE (ความชัด 4MP) 4 ตัว
– เครื่องบันทึก NVR + Harddisk
– ชุดกันขโมยไร้สาย AX PRO Kit (Hub กลาง + เซนเซอร์ประตู 2 + ตัวจับความเคลื่อนไหว 1 + รีโมท) |
กึ่งเดินสาย
(กล้องเดินสายแลน / เซนเซอร์ไร้สาย) |
18,000 – 35,000 บาท | บ้านเดี่ยว 1-2 ชั้นทั่วไป ที่เน้นความปลอดภัยรอบด้านเป็นหลัก |
| 3. บ้านอัจฉริยะเต็มรูปแบบ (Full Smart Home Ecosystem) |
– กล้อง IP AI AcuSense 4-8 ตัว
– เครื่องบันทึก NVR คลังข้อมูลกลาง
– ระบบกันขโมยไร้สายเต็มเซ็ต + ไซเรน
– กลอนประตูดิจิทัล (Smart Door Lock)
– กริ่งหน้าบ้านพร้อมกล้อง (Video Intercom) + หน้าจอกลางในบ้าน (Indoor Station)
– ระบบไฟและสวิตช์ IoT ทั่วบ้าน |
เดินสายระบบหลัก (PoE)
+ ไร้สายระบบเสริม (Zigbee / Tri-X) |
45,000 – 90,000+ บาท
(ขึ้นอยู่กับจำนวนสวิตช์ไฟและจุดกล้อง) |
บ้านเดี่ยวขนาดกลาง-ใหญ่, บ้านสร้างใหม่ที่ต้องการระบบจบในแอปเดียวแบบพรีเมียม |
สรุปภาพรวม “Hikvision Smart Home Ecosystem” ระบบบ้านอัจฉริยะ
Hikvision ได้ยกระดับตัวเองจากแบรนด์กล้องวงจรปิดระดับโลก สู่การเป็นระบบ Smart Home Ecosystem เต็มรูปแบบ โดยเปลี่ยนอุปกรณ์ในบ้านให้ทำงานร่วมกันได้อย่างอัจฉริยะ ปลอดภัย และจบในแอปพลิเคชันเดียว
3 หัวใจสำคัญของระบบ
- One-Stop Control (แอปเดียวเอาอยู่): ควบคุมอุปกรณ์ทุกชิ้น ไม่ว่าจะเป็นกล้องวงจรปิด (CCTV), ระบบกันขโมย (AX PRO), กลอนประตูดิจิทัล, วิดีโออินเตอร์คอม และสวิตช์ไฟอัจฉริยะ ได้พร้อมกันผ่านแอป Hik-Connect
- Seamless Automation (ทำงานร่วมกันอย่างไร้รอยต่อ): อุปกรณ์ทุกชิ้นคุยภาษาเดียวกัน ทำให้สามารถตั้งเงื่อนไขอัจฉริยะได้ เช่น เมื่อปลดล็อกประตูบ้าน -> ให้ระบบกันขโมยปิด -> ไฟทางเดินเปิด -> และแอร์เริ่มทำงานทันที โดยไม่ต้องกดสั่งแยกทีละชิ้น
- Enterprise Security (ความปลอดภัยเกรดองค์กร): ตัวกล้องมาพร้อม AI แยกแยะคนและรถยนต์อย่างแม่นยำ พร้อมระบบการเชื่อมต่อไร้สายระยะไกล (Tri-X) ที่เสถียรและทนทานสูง
- การติดตั้งและงบประมาณ (เลือกได้ตามสเกลบ้าน)
- ระบบไร้สาย (Wi-Fi / IoT): เหมาะกับคอนโด หรือบ้านเก่าที่ไม่อยากเจาะผนัง ติดตั้งง่าย เสร็จในวันเดียว (งบประมาณ: 5,000 – 12,000 บาท)
- ระบบกึ่งเดินสาย (Wired PoE + Wireless): เหมาะกับบ้านเดี่ยวทั่วไป แยกสัดส่วนกล้องวงจรปิดใช้สายแลนเพื่อความเสถียร 100% ส่วนเซนเซอร์กันขโมยใช้ระบบไร้สาย (งบประมาณ: 18,000 – 35,000 บาท)
- ระบบเต็มรูปแบบ (Full Ecosystem): เหมาะกับบ้านสร้างใหม่ จัดเต็มทั้งกล้อง AI, ระบบกันขโมย, กริ่งหน้าบ้านพร้อมจอควบคุมในบ้าน และระบบไฟอัจฉริยะทั่วบ้าน (งบประมาณ: 45,000 – 90,000+ บาท)
สนใจสอบถามโปรโมชั่นชุดกล้องพร้อมติดตั้ง หรือขอใบเสนอราคา ติดต่อฝ่ายขายของเราได้ทันทีครับ:
- Line Official: @chaisolution (มี @ ข้างหน้า)
- สายด่วนฝ่ายขาย:
- 088-5851649 (คุณหญิง) | 080-3373324 (คุณแยม)
- 085-0555331 (คุณมุก) | 061-8084109 (คุณมิ้น)
- 061-9172440 (คุณแม็ค) | 093-4918722 (คุณก็อต)
คำถามเกี่ยวกับการใช้งานและระบบทั่วไป
Q1: เน็ตบ้านล่ม ระบบ Smart Home ของ Hikvision ยังทำงานได้ไหม?
-
คำตอบ: ยังทำงานได้ในส่วนของระบบความปลอดภัยหลักครับ ระบบสัญญาณกันขโมย (AX PRO) และเซนเซอร์ต่าง ๆ จะยังคงตรวจจับและส่งเสียงไซเรนเตือนภัยได้ตามปกติ รวมถึงกล้องวงจรปิดก็ยังคงบันทึกภาพลง Harddisk (NVR) ได้
-
ข้อจำกัด: สิ่งที่จะทำไม่ได้ช่วงเน็ตล่มคือ การแจ้งเตือนเข้ามือถือ, การดูภาพสดทางไกล และการสั่งงานผ่านแอป Hik-Connect นอกบ้าน
Q2: แอป Hik-Connect ใช้ฟรีไหม มีค่าบริการรายเดือนหรือเปล่า?
-
คำตอบ: แอปพลิเคชัน Hik-Connect ดาวน์โหลดและใช้งานฟรี 100% ไม่มีค่าบริการรายเดือนสำหรับการดูออนไลน์, การแจ้งเตือนด่วน หรือการกดสั่งงานทั่วไป
-
ข้อยกเว้น: จะมีค่าใช้จ่ายเฉพาะเมื่อคุณเลือกซื้อบริการเสริมประเภท Cloud Storage (ฝากไฟล์วิดีโอบนคลาวด์) เท่านั้น หากเลือกบันทึกผ่าน Harddisk ในบ้านจะไม่มีค่ารายเดือนใด ๆ
Q3: อุปกรณ์ของ Hikvision สามารถใช้งานร่วมกับแบรนด์ลูกอย่าง EZVIZ ได้ไหม?
-
คำตอบ: ใช้งานร่วมกันได้ในระดับหนึ่งครับ เนื่องจากใช้ Cloud Server เครือเดียวกัน คุณสามารถนำกล้อง EZVIZ มาแอดเข้าไปดูบนแอป Hik-Connect ร่วมกับกล้องหลักของ Hikvision ได้ แต่อาจจะมีฟีเจอร์การตั้งค่าเชิงลึกบางอย่างของระบบองค์กรที่จำกัดเฉพาะอุปกรณ์ Hikvision แท้เท่านั้น
🛠️ คำถามเกี่ยวกับการติดตั้งและการบำรุงรักษา
Q4: อุปกรณ์เซนเซอร์ไร้สาย (ระบบกันขโมย) แบตเตอรี่อยู่ได้นานแค่ไหน และเปลี่ยนยากไหม?
-
คำตอบ: แบตเตอรี่ของเซนเซอร์ Hikvision (ระบบ AX PRO) มีการจัดการพลังงานที่ดีมาก เฉลี่ยอยู่ได้นานถึง 3-5 ปี (ขึ้นอยู่กับความถี่ในการตรวจจับ) เมื่อแบตเตอรี่ใกล้หมด ระบบจะส่งการแจ้งเตือนเตือนบนมือถือล่วงหน้า และผู้ใช้สามารถแกะฝาเปลี่ยนถ่านเองได้ง่าย ๆ (ใช้ถ่านกระดุม หรือถ่าน CR123A หาซื้อได้ตามร้านทั่วไป)
Q5: บ้านเก่าที่ไม่มีการเดินสายแลนเตรียมไว้ สามารถทำระบบเต็มรูปแบบได้ไหม?
-
คำตอบ: ทำได้สบายมากครับ โดยปรับมาใช้ไฮบริดเซ็ต:
-
ระบบในบ้าน/กันขโมย: ใช้ระบบไร้สาย 100% (เซนเซอร์ประตู, สวิตช์ไฟ, กลอนดิจิทัล)
-
ระบบกล้องรอบบ้าน: ใช้การเดินสายแลนเปลือยภายนอกโดยร้อยท่อ PVC ไปตามแนวผนังหรือฝ้าชายคาเพื่อความเรียบร้อยและเสถียร โดยไม่ต้องทุบหรือเจาะผนังภายในบ้านเลย
-
Q6: หากต้องการเชื่อมต่อระบบของ Hikvision เข้ากับ Google Home หรือ Alexa ทำได้ไหม?
-
คำตอบ: ทำได้ครับ อุปกรณ์สมาร์ทโฮมและกล้องของ Hikvision (รวมถึง EZVIZ) รองรับการเชื่อมต่อกับ Google Assistant และ Amazon Alexa ทำให้คุณสามารถใช้คำสั่งเสียงสั่งเปิด-ปิดไฟ หรือสั่งให้โชว์ภาพกล้องวงจรปิดออกหน้าจออัจฉริยะ (เช่น Google Nest Hub) ได้เช่นกัน















